วันศุกร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2561

บันทึกสุภาพบริวาร

บันทึกสุขภาพบริวาร ปี ๒๕๖๑ - ๒๕๖๕

ปลาย เดือน กค.61 ดร.สพ ชยอร ป่วย นอน รบ.หลายวัน
ต้น กลาง เดือน กค. นาย Brnpk ไม่แข็งแรง ภูมิแพ้กล้วย ลพบุรี คันมากๆๆคันเป็นครั้งที่ ๓ ที่กินกล้วยเจ้านี้เข้าไป ครั้งที่ ๓นี้ หนักสุด วันช่วยเด็กทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวงนางนอน ราว ๒๐ น. วูป ๒ ครั้งเพราะกินยาภูมิแพ้



ปลายกค. ๖๑ กิ๊ฟ ไม่สบาย ไข้เลือดออก นอน รบ.เกษมราชหลายวัน

๑ สค.๖๑  ตั๊ก พ่อปันปัน ข้างบ้านเป็นงูสวัสดิ์

๒.สค. ๖๑ วาวา ลูก แม่จัน พ่อหนึ่ง เปี่ยมสุข ตัวร้อน


25 ตค.61 brnpk เป็นหวัด 3-4 วัน 30 ตค -2 พย. 61 R & P เป็นหวัดต่อ

พศ. 2562

ปลาย ม ค.- ต้น กพ. พ่อวิชาญ นอน รบ.หาดใหญ่

27 กย - 2 มค. ลุงเสม นอน รบ. สทิงพระ ความดันขึ้น เป็นลม อ๊วก ขถธไปตัดหญ้าที่บ้านแม่ยาย เวลาบ่าย 4 โมง  27 กพ.

ต้น เมย. ลุงนิตย์ ซึม ไม่ค่อยพูด หลับทั้งวัน

1  มิย.62  ตอนเย็น brnsmpk ยกกระถาง ยางรถยนต์ 3 เส้น เจ็บหลัง เช้าเจ็บเข่า + ขา ลุกนั่งไม่ได้หลาย ชม. เมื่อได้แล้ว ก็ปวดขา เข่า ข้อต่อสะโพก หลายวัน  17 มิย.62 ไปหาหมอแผนกกระดูกที่ รบ.ชลประทาน(ตึกใหม่ หมอ ผญอวบๆอายุน้อย) ได้ยาแก้อีกเสบ ยาคลายเส้น ยาแก้ปวดมากิน  30 มิย.ยังไม่หาย

30 มิย.62 กุ๊กไก่หน้ามืด จะเป็นลมหลายครั้ง เมื่อยแขนทั้งสองข้างยกไม่ขึ้น เหมือนนอนไม่พอ ้องสาวพาไป รบ. หมอฉีดยาให้ 1 เข็ม

11 พย.62 ตงฟางปุํป้าย ขูดหินปูน  9 ธค.62 ถอนฟันคุด 1 ซี่ ที่ รบ. ชลประทาน

พศ.2564

27 มิย.2564 spp rpg ฉีดแอสตร้าเข็ม 1 ที่เมืองทองของนนท์พร้อม
28 มิย.2564 banana brn ครั่นเนื้อครั่นตัว ลิ้นแข็งๆ ต่อมาาราว 29 -30 มิย.มีเม็ดที่ลิ้นด้านบนซ้าย ใกล้ๆปลายลิ้น

กลางเดือน กค.2565 ปั้นกับแม่ ติดโควิท 19

17 เมย.2567 ใกล้ๆค่ำ ปั้นล้ม จย. กางเกงแหก ได้ 4 แผล

วันพุธที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

อันตรายจากความกดอากาศสูง

ข้อสังเกต... อันตรายจากความกดอากาศสูง เรื่องนี้ ได้เขียนลง เฟสบุ๊ค กลุ่มเตือนภัยพิบัติ/วิชาการ  อยู่อัลบั้ม ภูมิปัญญาพื้นบ้าน มีสมาชิกสนใจ คอมเม้นท์และแช์กัเยอะ
ดูจากลิงค์  "อันตรายจากความกดอากาศสูง "

จากการสังเกต และจดจำ มานาน พบว่า เมื่อความกดอากาศสูงเริ่มลงมาปรากฏที่แผนที่อากาศ โดยไม่จำเป็นต้องมีความหนาวใด ๆ ลงมาถึง

คนเป็นโรคความดันโลหิตสูง ความดันโลหิตอาจเพิ่มขึ้นแบบงงๆ แม้ว่าจะกินยาอยู่ทุกวัน โดยเฉพาะคนสูงวัยชาวปักษ์ใต้ ที่อาศัยอยู่ที่ภาคใต้ และที่ขึ้นมาอาศัยอยู่ กทม.มักเสียชีวิต หรือมีปัญหาสุขภาพได้ง่ายๆ ในช่วงฤดูหนาว สังเกตุมานานครับ




ฟังดูเหมือนงมงายและไร้สาระ จะไปเกี่ยวกันได้ยังไง กับระบบหัวใจ การไหลเวียนโลหิต เรื่องนี้เคยถามคุณหมอ แต่หมอไม่เชื่อ ผมเองก็ไม่เชื่อหมอเช่นกัน

สมัยก่อนคิดว่าเป็นอาถรรพ์ แต่ปัจจุบัน ผมเห็นเป็นความสำพันระหว่างความดันโลกภายนอกกับโลกภายใน ที่ต่อสู้กัน และแพ้ความดันตัวนอก ...โดนน็อค เพราะฉะนั้นอย่าสู้ แต่โอนอ่อนผ่อนตาม ปรับตัวให้สำพันกับฤดูกาลจะปลอดภัยกว่า

คนเฒ่าคนแก่ เฉพาะคนปักษ์ใต้ (คนภาคอื่นไม่มีข้อมูล หรืออาจไม่มีผล) คนที่มีปัญหากับระบบเลือดระบบหัวใจ มักจะเสียชีวิตปีละ 3 รอบ

รอบแรก ปลาย กย. - ต้น ตค. //รอบ 2 ปลาย ธค.// รอบ 3 ต้น กพ.ถึง กลาง กพ. (แต่คนทั้งหมดจะไม่เหมือนกัน บางกลุ่มแข็งแรงเมื่อถึงหน้าหนาว บางกลุ่มแข็งแรงเมื่อถึงหน้้าฝนฯลฯ )

คนเป็นโรคกระดูกมักเจ็บปวดมากในฤดูหนาว ฝรั่งแถบสแกนดิเนเวีย จึงพาญาติๆ ผู้สูงวัยมาพักที่อันดามันกันเยอะในช่วงฤดูหนาว มาซื้อบ้านทิ้งเอาไว้เลย ตรงนี้เพื่อนผมหลายคนที่เป็นโรคเกี่ยวกับกระดูก ช่วงหน้าหนาวอาการจะกำเริบเช่นกัน

สังเกตุต้นไม้และสัตว์หลายชนิดบ้านเราก็คล้ายกัน เมื่อถึงฤดูหนาว จะหยุดเจริญเติบโต ตั้งแต่อากาศยังไม่ทันได้หนาวเย็น แต่มีความกดสูง และความชื้นต่ำปรากฏให้เห็น

หยุดการเจริญเติบโตก็ปลอดภัย ฤดูหนาวผ่านไปก็แตกยอดใหม่ทันที เหมือนต้นตำลึง กบก็เช่นกัน ถึงหน้าหนาวก็จำศีลอยู่รู ไม่กินอะไรเลย 3 เดือน ครบกำหนดก็ลุยต่อเลย

แม้แต่ประพณีแต่โบราณอย่างการไหว้เจ้า เมื่อถึงหน้าหนาวก็ให้กินแค่ผัก ฤดูร้อนกลับมาเมื่อไหร่ หมูเห็ด เป็ดไก่ เอามาไหว้ได้เลยครับ

จริงเท็จประการใด โปรดช่วยกันสังเกตุต่อไป ส่วนตัวผมคิดว่าเป็นจุดเซ็ตพอยด์ค่าต่างๆ ในระบบร่างกาย ที่สำพันธ์กับสภาวอากาศภายนอก   ซึ่งค่าต่างๆของแต่ละคนจะไม่เท่ากัน   หากข้อมูลนี้เป็นจริง อาจจะมีประโยชน์ต่อสังคมบ้าง ไม่มากก็น้อยครับ


วันจันทร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ชื่อเล่น

เชื่อไหมครับ ว่าผมเกิดมานานแล้ว ถ้าเชื่อจะเล่าให้ฟัง  ถ้าไม่เชื่อก็เล่าเหมือนกัน  หากไม่ได้เล่า แล้วผมจะบ้าตาย เก็บกด ความดันขึ้น ดาวพุธดาวอังคารอาละวาด นอนไม่หลับ

สมัยโน้น ไม่มีไฟฟ้า ประปา น้ำแข็ง รถยนต์มีคันเดียวทั้งอำเภอ ยี่ห้อ โตโยเป็ด ทุกไก่ ทุกหมู น้ำผึ้งโหนด จากรอบนอก ไปขายอำเภอ  เพื่อนๆ ผมมีแต่ชื่อโบราณๆ   สมัยนี้ สังคมเลิกใช้ชื่อเหล่านี้ไปแล้ว แต่เพื่อนๆก็ยังอยู่กันเยอะครับ  ตายยากตายเย็น  ที่ตายไปแล้วมีไม่กี่คน   เดี๋ยวนี้เล่นไลน์ เล่นเฟสฯกันหมดแล้ว  พอเริ่มป่วยใกล้ๆ จะตาย เพื่อนๆโพสอวยพรกันมา บอกยาดี บอกวิธีปฏิบัติตัวมา หายครับ ยังไม่ทันทำอะไร  ดีใจ  สบายใจ ไม่เหงา ยิ้มมากจนเส้นเอ็นดีดกลับ  เลือดลมเดินได้เป็นปกติเหมือนเดิม  จนหาย กลับมาเล่นเฟสเล่นไลน์ได้เหมือนเดิม  ฟังดู อ่านดูมีชื่ออะไรบ้าง



ผู้ชายชื่อ.. กลิ้น,แอ,แคว็ด,ไข,จ็้อง,เหวา, ช่วง.หม็้อง,โหนด,เคลื้อม,รุน,ป็้อง,ขลุด,เหลี้ยม ขล็้อง,จิ้ง,สั้น,พล็อง,หวาง,เถี้ยน,ห็้อง,ห้วน,เกลือน,เนี่ยม,ฉิ้น,ปิ้น ,แบน,เวง,ดำ,แดง,ด้วง,ตวน,ถ้วน,หวน ฯลฯ

ผู้หญิงชื่อ..แกวด,เหลียด,แหวด,ปลิ้ว,เสน,แขวง,แต็้ง,แผ็้ง,เขียว,แดง,แป้ว,ตุก,น่วม,แนบ,อั้น,เอียด,อ้อย,นุ่น,เนียน,ขลิ้ง พร้าว,เอี้ยน,อ้วม,ดวง,เจียม(แม่ผม),เหิม,เฉี้ยว,ฉ้าย ฯลฯ

ชื่อผู้หญิงมีบางชื่อที่ทันสมัย ข้ามยุคมาได้สมัยนี้ เช่น ชือ แดง แป้ว อ้อย แต่ก็หายากแล้ว  ต้องบ้านนอกจริงๆ ส่วนผมนั้นชื่อ กล้วย เป็นชื่อที่อยู่ได้ตลอดไป   อยู่ได้ทุกยุคทุกสมัย

ที่เล่ามานี้เรื่องจริงนะครับ.... ไม่ได้ยกเมฆยกลม ดูคนที่มาคอมเม้นท์ก็ได้ว่าชื่ออะไรบ้าง เว้นแต่ไม่อยากจะแสดงตัว  บางคนอายเด็ก อายชื่อตัวเอง

โลกหมุนเวียนเปลี่ยนไป เรียนรู้กันไป แต่ละยุคแต่ละสมัยต่างกัน  หลายวิชาที่เราเคยเก่งที่เราเคยรู้เคยเชี่ยวชาญ กลับใช้ไม่ได้แล้ว  เขาเลิกใช้แล้ว  อย่างสมัยก่อนผมนี่ ชำนาญเรื่อง เช็คไล่วงจรอีเลคทรอนิคส์ ซ่อมเทป วิทยุ ทีวี ฯ เดี๋ยวนี้หมดทางทำมาหากิน




สมัยนี้ใช้ไม่ได้แล้วครับ มีแต่โมเดล กับโมดูล ยกมาวางต่อจุ๊บตามชื่อให้ถูก  ฝรั่ง ญี่ปุ่น อเมริการีโมท คอนโทรลมาจากประเทศเขาโน่น  อเมริกา ญี่ปุ่น เยอรมัน  วิศกร แยงรู เสียบรูให้ถูกขันให้แน่นก็พอ

เหลือแต่วิชา อาชีพเก่าๆ ที่อยู่ได้นาน  เช่นการต้มเหล้า ทำประแช่  การดูหมอ กะหรี่ อีตัว ไอ้ตัว ฯ อยู่ได้นานนมกาเล มาตั้งแต่โคตร ไม่เลิกไม่ลา ไม่ว่าโลกจะพัตนา หรือเสื่อมไปถึงไหน   แม้ว่าพวกเขาจะโดนดูถูก ดูหมิ่น ถูกประนามว่าไม่ดี หรือน่ารังเกียจ สักเพียงไร  พวกดีๆ พวกเก่งๆ น่าทึ่ง อยู่แผล๊บๆ ไม่นานหาย หายไปกับกาลเวลา  แต่พวกนี้ยังอยู่  อยู่คู่โลก

กาลเวลาทำให้เพื่อนๆ หายไป และกลับมาพบกัน ...... สบายดีหรือเปล่า ข่าวคราวไม่เคยรู้  สืบดูเธอไม่อยู่ แอบดูแวะมองหา  หายไปเลย ไม่เคยหวนคืนมา  หายไปนาน กับกาลเวลา   สบายดีหรือเปล่า เพื่อนเราไปถึงไหน  อาจเจอพบเพื่อนใหม่ ถูกใจเหมือนในฝัน  เพราะเวลา ที่พาเราพบกัน  แล้วเวลา ก็พาเราจากกัน

จะโทรก็ไม่โทรมา ไม่มีแม้เวลาจะบอกลาเพื่อนเก่า  ถ้าหากจะลืมกันไป ไม่เป็นไรเพื่อนเรา แค่อยากเห็นเธอโชคดี  (ดนตรี ) ... จบที่เพลง XYZ เลย สมัยผมยังหนุ่มๆ แต่ชอบฟังเพลงเด็กๆ จนเด็กแก่ไปอีกรุ่นแล้วครับ

วันอาทิตย์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

คำคม

คำคม ความคิดดีๆนี้ลอกมา จาก http://rugyim.com/919
เห็นว่าน่าจะเก็บไว้อ่านเล่นและเผยแพร่ให้มาก อ่านบ่อยๆทุกวัน ใจก็จะไม่ลืม

1. ในแต่ละปี… จงทำชีวิตให้ “ดีขึ้น” เพราะในแต่ละวัน… ชีวิตเรากำลัง “สั้นลง”

2. การ “อยู่กับปัจจุบัน”ไม่ใช่การ “หยุดทำ” ในเรื่องสำคัญ แต่มันคือการ “หยุดทุกข์” ไปกับเรื่องที่ไม่สำคัญ



3. อารมณ์ “ลบ” ทุกชนิด จะทำร้ายเราก่อนที่จะทำร้ายคนอื่นเสมอ…ส่วนอารมณ์ “บวก” ทุกชนิด จะให้พรเราก่อนที่จะให้พรคนอื่นเสมอ เช่นกัน…
4. วิจารณ์คนอื่นทุกวัน… ใจต่ำลงทุกวันวิจัยตัวเองทุกวัน… ใจสูงขึ้นทุกวัน

5. ถ้าไม่มีคนมาทำให้คุณโกรธ…คุณจะไม่รู้เลยว่าระดับจิตคุณอยู่ตรงไหนถ้าไม่มีใครมาทำให้คุณทุกข์ใจ …คุณจะไม่รู้เลยว่าตัวเองยังมีอะไรต้องพัฒนา

6. ไม่ว่า “ภายนอก” เราจะอยู่กับคนมากแค่ไหนแต่ “ภายใน” เรายังอยู่ตัวคนเดียวเสมอ

จงหาวิธี “รักตัวเอง” ให้เจอเพราะไม่มีใครในโลกนี้ที่จะอยู่กับเธอสม่ำเสมอเท่ากับ “ตัวเธอเอง”

7. การฝึกจิตและพัฒนาตัวเองอาจไม่ได้ทำให้เรา “พ้นทุกข์ตลอดกาล” แต่มันจะทำให้เรา “เป็นทุกข์นานน้อยลง”

8. การ “แก้กรรม” ที่ดีที่สุดคือการแก้ไข “ความคิด” “คำพูด”และ “การกระทำ” ของตัวเอง

9. ความดีเล็กๆ ที่ทำไปนานๆสุดท้ายอาจสร้าง “ปาฏิหาริย์” ให้ชีวิต


10. “ไป” ได้เร็วแค่ไหน ก็ถึงเร็วเท่านั้น…“ปล่อย” ได้เร็วแค่ไหน ก็สุขเร็วเท่านั้น

11. จำไว้ว่า “ความทุกข์”และ “ความเจ็บปวด” ทั้งมวลไม่ได้ผ่านเข้ามาในชีวิตเรา… เพื่อมอบ “คำสาป”แต่มันผ่านเข้ามาในชีวิตเรา… เพื่อมอบ “คำสอน”

12. ก้าวแรกของการใช้ชีวิตอย่าง “ผู้ตื่น”คือการหยุดยุ่งวุ่นวายเรื่อง “คนอื่น”แล้วหันกลับมาวิเคราะห์ใจ “ตัวเอง”

13. ความทุกข์ทั้งหมดในชีวิต ไม่ได้เกิดจาก“สิ่งที่คนอื่นคิดเกี่ยวกับคุณ”แต่มันเกิดจาก “สิ่งที่คุณคิด ว่าคนอื่นคิดเกี่ยวกับคุณ”

14. ต้องขอบคุณคนที่ทำ “ไม่ดี”ที่ช่วยเป็นตัวอย่างที่ “ดี”ว่าอะไร “ไม่ควรทำ”

15. ไม่ว่าจะทุกข์หนักหนาสาหัสสักแค่ไหนทางออกก็ไม่เคยอยู่ไกลไปกว่า “ใจ” ของเราเอง…

16. เกลียดเขา “เราทุกข์” เมตตาเขา “เราสุขเอง”





17. คนเราฝึกเดินจนเก่งได้ ฉันใด ก็สามารถฝึกใจจนเป็นสุขได้ ฉันนั้น…

18. “ความตาย” เป็นเรื่องธรรมดาแต่การได้ใช้ชีวิตอยู่อย่างมีคุณค่าเป็นเรื่อง “อัศจรรย์”


19. โปรดสังเกตดูให้ดี…ว่าสิ่งที่ทำให้เราทุกข์บ่อยที่สุดในแต่ละวันไม่ใช่ “พฤติกรรม” ของคนอื่น แต่คือ “ความคิด” ของเราเอง

20. อย่าถือโทษ โกรธคน ไม่คู่ควร  อย่าตีตรวน ตนไว้ กับอดีต ชะตาเรา อย่าให้ใคร มาเขียนขีด อย่าเอาคำ ที่เหมือนมีด มากรีดใจ

21. หากคุณคิดว่าตัวเองมีค่า เพราะมี “เงิน” วันไหนเงินหมด คุณค่าคุณก็หมดหากคุณคิดว่าตัวเองมีค่า เพราะ “หน้าตา” ดี    วันไหนคุณแก่ลงจนหน้าตาไม่ดี คุณค่าคุณก็หมด แต่ตราบใดที่คุณรู้ว่าตัวเองมีค่า เพราะเป็น “คนดี”ตราบใดที่คุณยังมีความดี   คุณก็จะ “มีคุณค่า” ได้ตลอดไป…

วันอังคารที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2561

เพื่อนต่างดาว

เพื่อนต่างดาวเยือนโลก
1. แนะวิธีขอฝนให้มนุษย์ต่างดาว

สมัยเด็กๆ จำได้ว่าเล่านิทานให้ลูกฟัง เรื่องมนุษย์ต่างดาวมาขโมยน้ำทะเลจนเกือบหมดบังเอิญโชคดีดีที่หญ้าแถวบ้านตายหมดไม่มีเหลือ พ่อจึงขี่วัวพาไปกินหญ้าที่ริมทะเล พังเค็มใกล้วัดช่องกุล เพราะที่นั่นมีตาน้ำจืดผุดขึ้นมา ตลอดปี


ออกไปก็เจอยานอวกาศ ยูเอฟโอลำใหญ่เบ้อเริ่มกำลังสูบน้ำอยู่พอดี สูบจนเกือบแห้ง พ่อจึงตวาดออกไปพวกมันจึงยิงปืนเลเซอร์สวนมา โดนไปเต็มๆ แต่ไม่เข้า เพราะพ่อแขวนเหรียญหลวงปู่ทวดรุ่นแรก

มนุษย์ต่างดาวตกใจ จึงเข้ามาถามว่าทำไมแกไม่เป็นไร จึงเอาเหรียญให้ดู มนุษย์ต่างดาวหยิบแว่นออกมาส่องดูและบอกว่า หลวงปู่ทวดของวัดเมืองยะลา พศ. 2505 ได้มายังไง ก็บอกว่าผมเป็นเด็กวัดเมือง

มนุษย์ต่างดาวตกใจ ถามว่าอยู่กี่ปี ผมว่า 2 ปีครึ่ง เขายกมือประสานแบบหนังจีนแล้วบอก นับถือๆ ยอม ๆทนอยู่ได้ยังไง ไม่มีที่ไหนห้ามเจ็บห้ามไข้ ห้ามกลับบ้าน ห้ามดูหนัง ฟังเพลง เล่นดนตรี เล่นกีฬา จีบผู้หญิงฯ

เลยถามว่ารู้ได้ยังไง เขาว่ายานแม่เขาอยู่ที่ป่ายาง ริมพรุบาโกย ใกล้ๆวัด แต่อำพรางไม่ให้เห็น ตอนเย็นๆแอบไปไหว้รูปปั้นพระสังกัจจายเป็นประจำ ท่านเคยไปเทศน์ที่ดวงดาวของเรา และสอนวิธีดูฝนฟ้าอากาศ และเคารพนับถือเทวดาเพื่อให้ฝนฟ้าตกต้องดีตามฤดูกาลจนพระประมุขเคารพนับถือ และะดวงดาวของเราก็อยู่กันอย่างสงบร่มเย็น เป็นสุข

แต่พอสิ้นบุญกษัตริย์ ก็เกิดการแย่งชิงฯ รบราฆ่าฟันกัน จนฝนไม่ตกมาอีกเลย เป็นสิบๆปี จนมนุษย์และสัตว์ทั้งหลายล้มตายไปเยอะแม้ว่าเราจะมีเทคโนโลยีนำน้ำทะเลมาแปลงเป็นน้ำจืดได้แบบง่ายๆ แต่น้ำทะเลก็แห้งเกือบหมด จนต้องตระเวณหาน้ำจากดาวดวงอื่น

พ่อจึงบอกว่างั้นอย่าขโมยน้ำจากเราไปเลย เราจะให้คาถา ชุมนุมเทวดา พยานาค และบวงสรวงพระนารายณ์ ให้ฝนฟ้าตกมาเหมือนเดิม เพียงแต่ขอให้มนุษย์ที่เหลือถือศีล 8 สัก 7 วันก็พอ

แปลกแต่จริง มนุษย์ต่างดาวเชื่อพ่อ แกบอกว่าพระสังกัจจายย์ก็เคยบอกแต่ลืม แล้วพวกเขาก็กลับไป นานนนน แต่ก็ไลน์มาบอกว่าฝนตกดีแล้วขอบคุณมากๆ จะไม่ลืมพระคุณครับ

  
 คลิปเก่า  เพื่อนจากต่างดาวของข้าพเจ้า  ยังไม่ว่างอัปใหม่ เรื่องกวนๆขำๆ  คลายอารมย์พอหลวมๆครับ

หมอผี จำเป็น

ตลกดี..อยู่ดีๆก็มีคนมองผมเป็นหมอผี  สงสัยหน้าตาจะให้...หมอผีจำเป็น

11กย.2558  วันครบรอบ 14 ปี เครื่องบินชนตึกแฝด เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ในนครนิวยอร์ก   เกือบๆเวลา 18 น. ผมขี่จักรยานผ่านบ้านหลังหนึ่ง อดีตทหารสูงวัย..

แกเรียกผมไปหา... คุณๆๆ แล้วถามว่า // คุณแก้คุณไสย์สายดำได้หรือเปล่า ..แกบอกว่า
คุณ... ดูท่าทางน่าจะะเป็นหมอผีสายไสย์ขาว แกหมายถึงผม 

เอาแล้วไง... งงครับ อยู่ดีๆ ถูกมองว่าเป็นหมอผี ..//.จึงบอกให้แกเล่าให้ฟังว่าเรื่องราวมันเป็นมายังไง ..ได้เรื่องราวมามากมาย ยาวววววววว   สรุปว่าแกถูกผีผู้หญิงอดีตอดีตภรรยา ผู้ล่วงลับ จะเข้าสิง เข้าที่บ้านและบางทีก็ที่อื่นๆหลายหนแล้ว / แกได้นั่งสมาธิ และไปวัดมาแล้วหลายที่ 

ยังแก้ไขไม่ได้.. เรื่องชักจะคล้ายหลานสาวผมเอง จนท.แบงค์ใหญ่คนนึง

ผมบอกว่าผมก็เจอผีมาแล้วหลายหน.. เจอจริงๆ สืบได้ว่าผีเป็นใครมาจากไหนด้วย // แม้ผมจะไม่ได้ฝึกมาทางไสย์เวทย์ .. แต่อาจจะแก้ได้โดย โดยใช้วิธีที่ผมเคยใช้มาแล้ว   ให้ลองทำดังนี้

ดูว่าที่หลับทีนอน มีแดด มีลม ผ่านได้หรือเปล่า ถ้าเป็นที่โปร่ง แดดลม ผ่านได้ก็ไม่เป็นไร // แต่ถ้าเป็นจุดอับ พวกผีร้ายจะมาสร้างเมืองอาศัยอยู่

ให้เร่งแก้ไขดังนี้

๑.ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อฉีดพ่นในบริเวณเมืองผีไว้ทิ้งไว้
๒..เอาเครื่องนอนไปตากแดด
๓. ใช้น้ำหอมเมียหรือลูกสาว หรือของไใครก็ได้ฉีด ที่หมอนบางๆพอรู้สึกหอม
๔. ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ
๕. หรือจะเพิ่ม ยาหอมชงกับน้ำอุ่น

๖.ปลูกไม้ดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมๆ ที่เทวดาชอบ ไว้ใกล้ๆบ้าน หรือเอาเอาพันธ์ไม้ประดับ ที่คายอ็อกซิเจนกลางคืน มาไว้ที่ห้องนอน
๗.ระยะยาวก็ใช้ไม้พันธ์ที่ใช้กันผี ปลูกใส่กระถาง เช่นไม้ไผ่สีเหลืองเล็กๆ ที่คนจีนใช้ ใบหนาด กานพลู เป็นต้น

๘.แบบที่ผมใช้ คือทางตะวันตกของบ้านปลูกต้นไม้รสเปรี้ยว เช่นมะยม มะเฟือง มะขาม มะเหมี่ยว มะดันฯ เพราะผมถือว่า
รสเปรี้ยวเป็นธาตุน้ำ เป็นเทวธาตุใช้ไล่ผีได้

เสร็จแล้วก็ไหว้พระสวดมนต์ (เคสนี้กับคนสูงวัย ไม่จำเป็นต้องแนะนำ เพราะท่านมักจะทำเป็นกิจวัตรอยู่แล้ว ) แผ่เมตตาให้แก่สรรพสัตว์ทั้งหลายอย่าได้ขาด โดยเฉพาะสัตว์ที่อยู่ใกล้ๆ ทั้งหลายทั้งปวง ## รับรองผีร้ายจะ  ค่อยๆ หายไป มีแต่ผีดีๆ เข้ามาอยู่ใกล้ๆ โดยไม่แสดงตัว .. 

ส่วนตัวผมเองนั้นเคยเจอผีบ่อย เจอผีจริงๆว่าเป็นใครมาจากไหนตายยังไง โดยจะมีคนที่เคยเจอมาก่อน หรือญาติๆเขาเล่าให้ฟัง  ส่วนการไล่ผีสมัยหนุ่มๆใช้วิธีการหนามยอกเอาหนามบ่ง อย่างที่เคยใช้คือไล่ผีด้วยเพลงร๊อควงปีศาจสาว  มีเพลงหนึ่งสมัยหนุ่มๆ คือ The number of the best ของวง Iron madain ตามคลิปวิดีโอ มันส์ดีแบบวัยรุ่น แก่แล้วแบบผมก็ยังชอบ


สมัยนั้นมา กรุงเทพฯใหม่ มาพักที่วัดสุทัศน์ เสาชิงช้า มีญาติๆและเพื่อนๆมาอาศัยอยู่เยอะหลวงตาคนที่บ้านเกิดท่านมาบวชและเป็นเจ้าอาวาสอยู่ที่นั่น มีคืนหนึ่งเจอผีมาดึงเท้า คือนอนไม่ได้นอนแป๊บเดียวมาดึง ครบ 3 หนผมว่าใช่เลย (ที่นี่เจอกันบ่อย เจอกันหลายคนแล้วก่อนหน้านี้บางทีก็เดินมาผลุบๆโผล่ๆ) ผมพูดกับผีว่า (มองไม่เห็น) มึงอยู่นี่อย่าไปไหน เดี๋ยวกูมา แล้วเจอกัน

ผมจึงเดินไปที่ร้านค้าข้างวัด  ซื้อน้ำมันก๊าดมาขวดนึง เหล้าแม่โขงแบนนึง กลับมาถึงก็ซดเพรียวๆ เปิดเพลง iron madin แล้วก็เรียกผีว่ามาเลย  กูจะเผามึงให้ดู... ..... บ้าดีครัยสมัยวัยรุ่น นี่เป็นครั้งที่ 2 ที่รบกับผี มีอีกเยอะครับประสบการณ์เรื่องผี ค่อยมาเล่า   เดี๋ยวนีผีกับผมเป็นเพื่อนกันนานแล้วครับ หมดปัญหา นอนหลับสบาย

วันเสาร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2561

มะเฟือง

ตำนานต้นมะเฟืองทีบ้านทาวเฮาส์ ศรีสมาน ปากเกร็ด
ต้นปี 2557 สมัยยังอยู่แฟล็ต CAT หลักสี่ พบน้องเม่นรุ่นน้อง อท.เทคโนฯสงขลา ที่หน้าแฟล็ต A1

แกว่า.. พี่หลวง ช่วยทีๆ  ผมเป็นนิ้วล็อค เล่นกีตาร์ ไม่ได้เสียแหล่ว ... ทำพรื่ออดี
ผมว่า.. ช่วยผีไหร ?   ผมกะล็อคอยู่ปีนึงแล้วไม่รู้อิทำพรื่อนิ๊  เล่นทีนิ้วชี้ล็อคติด กว่าอิแกะออก เจ็บน้ำตาเล็ด
แกว่าต่อ... ไปหาลูกมะเฟืองเปรี้ยว อ่อนๆ มากินตะ คนจีนบอกมาว่า..แก้ได้. 


หลังจากมาซื้อบ้านแล้ว  ผมก็ไปหามาปลูก เมื่อราวๆเดือน มิย.2557  ซึ่งหายากมากในช่วงเวลานั้น ขับรถตระเวณไปหลายที่  แต่ก็มีแต่เสียงคนขายดังเข้าหูว่า "ไม่มีครับ  ไม่มีค่ะ"

แต่ก็ไม่ละความพยายามเราก็ขับรถหาไปเรื่่อยๆ  ภรรยาขับผมใช้สายตากวาดหาร้านขายต้นไม้  ในที่สุดก็เจอครับ  ที่คลอง 5 ทางไปนครนายก มีอยู่ 3 ต้น  คนขายว่า ตายตอนน้ำท่วมหมด .. จึงได้ซื้อมายังเป็นกิ่งเสียบยอดต้นเล็กๆ ซื้อมา 50 บาท  เท่าที่มีบันทึกจากการโพสลงเฟสบุ๊คทำให้มีหลักฐานว่า  มะเฟืองต้นนี้เป็นดอกเดือน มิถุนายน 2558 เพราะมีโพสลงเฟสฯ 15 เมย. 58 ดอกเต็มแล้ว และมีรูปที่โชว์ว่าเป็นลูกชุดแรก ราว 8-9 ลูกเมื่อวันที่ 26 ตค.2558



แล้วก็เป็นลูกมาตลอด เป็นทั้งปี แต่หายไปช่วงนึงจะมีแต่ดอกอย่างเดียว เมื่อแล้งจัด ไม่มีผึ้งกับแมลงภู่มาตอม ซึ่งโดปกติจะมีผึ้งมาตอมเต็มทั้งวันช่วงที่เป็นดอก


เป็นดอกและลูกเยอะตลอดปีครับ  ลูกเก่ายังไม่ทันหมดก็แตกดอกใหม่   พอได้กินแต่ก็ไม่ค่อยมีใครกินเท่าไหร่ ปลูกไว้ริมรั้ว เพราะเป็นทาวเฮาส์แค่ 28.8 ตรว. ปต่ต้นครึ่งหนึ่งออกไปอยู่นอกถนน  ใครผ่านมาจะเก็บกินก็ตามสบาย  ก็ยังเหลือเยอะผมต้องเก็บไปแจกคนซอยอื่น  ไม่งั้นก็ต้องทิ้งหมักไว้ที่โคนไม้ในบ้าน  เพิ่มจุลินทรีย์ทำปุ๋ยต่อไป

ที่แรกก็สงสัยว่าทำไมเป็นลูกเยอะมาก  เจอสาเหตุที่คิดว่าน่าจะใช่หลังจากลงลูกไป 4 รุ่นแล้ว  คือไปพบว่า เชือกในล่อนที่ผูกรัดโคนห่อถุงดำไว้  ตอนเพิ่งนำมาปลูก ผมลืมแกะออกครับ  มาเจออีกที โอ้ ต้นกิ่วเกือบขาด



มะเฟืองคงกลัวตายเลยต้องรีบติดลูกเยอะๆ  ส่วนด้านนี้ คือด้านนอกถนน หรือด้านนอกบ้านครับ อยู่ในซอยเป็นพื้นที่สาธารณที่ผู้คนผ่านไปผ่านมา ส่วนมากก็เดินออกกำลังกาย หรือ ขี่จักรยาน


ดูมาจากหลังคาจะรกมากครับ เพราะมีย่านาง ตำลึง พาโหม ขึ้นไปหาศัยร่วมด้วย  ต้นก็เล็ก  ต้องโค่นลงรอแตกใหม่  แส่วนที่อยู่เตี้ยๆ ไม่ได้โค่นก็ลงดอก เป็นต่อไม่มีเลิก   ดีสะใจจริงๆ



สรรพคุณมะเฟือง : 
จาก อินเตอร์เน็ต มีเยอะ มีหลายข้อเกินต้องตัดทิ้ง  ส่วนที่เคยจดๆไว้เป็นยาสมุนไพรที่ต้องผสมกับพันธ์ไม้อื่นนั้น  ต้องหาสมุดที่จดไว้ก่อน  

เปลือกลำต้นชั้นใน นำมาปรุงเป็นยาผสมกับไม้จันทร์ และชลูด ใช้ทาภายนอกแก้ผดผื่นคันทั่วไป

ใบ ใช้ใบสด นำมาตำให้ละเอียด ใช้ทาแก้กลากเกลื้อน แก้ปวดฟัน และใช้ทารักษาอีกสุกอีใส เป็นต้น

ใบและราก ใช้ใบและรากสด นำมาต้มเอาน้ำเป็นยาแก้พิษร้อน แก้ไข้
ใบและผล ใช้ใบและผลสด นำมาต้มเอากินเป็นยาแก้ไข้ แก้อาเจียน เป็นต้น
ดอก ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิ หรือใช้ดอกสดนำมาตำให้ละเอียดใช้ทาแก้แพ้ lacquer

ผล ใช้ผลสด นำมาคั้นเอาน้ำกิน เป็นยาแก้เลือดออกตามไรฟัน แก้บิด ขับน้ำลาย แก้อาเจียนเป็นโลหิต แก้ไข้ แก้กระหาย แก้เมา แก้ท้องร่วง ลดอาการอักเสบ หรือใช้ผสมกับสารส้ม หรือสุรากินแก้โรคนิ่ว เป็นต้น

ข้อห้ามใช้ : ผลมะเฟือง สตรีที่ตั้งครรภ์ไม่ควรที่จะรับประทานมาก เพราะอาจจะทำให้แท้งลูกได้ และจากผมเอง... เวลาจะกินให้ปอกตรงสันเหลี่ยมทิ้งก่อน ครับ เขาว่ามีผลเสียต่อไต

อยู่บ้านไม่ค่อยว่างได้กิน มีของกินหลายอย่าง ต้องเอามากินที่ทำงานครับ

อันตราย ของมะเฟืองจากอินเตอร์เน็็ต 

เนื่องจากมะเฟืองมีกรดออกซาลิกสูงพอสมควร ดังนั้นจึงอาจส่งผลต่อผู้ป่วยโรคไต หรือกำลังรับการฟอกไตอยู่ เพราะอาจทำให้อาการของโรคไตหนักขึ้นกว่าเดิม และการรับสารออกซาลิกเข้าไปในร่างกายเป็นจำนวนมาก อาจเพิ่มโอกาสในการเป็นโรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะ หรือไตวายเฉียบพลันได้

ผู้ที่อยู่ในภาวะขาดน้ำเนื่องจากอาการท้องเสีย ท้องร่วง ทำงานหนัก หรือออกกำลังกายหนักจนสูญเสียเหงื่อในปริมาณมาก หากรับประทานมะเฟือง หรือดื่มน้ำมะเฟืองในปริมาณมาก จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคไตวายเฉียบพลันได้เช่นกัน


นอกจากนี้ ใครที่กำลังทานยาลดไขมัน หรือยาลดความเครียดอยู่ ไม่ควรทานมะเฟืองเช่นกัน เพราะมะเฟืองจะเข้าไปต่อต้านการทำงานของยาเหล่านั้น

วันศุกร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2560

มะเหมี่ยว

มะเหมี่ยว (Pomerac)
ต้นชมพู่มะเหมี่ยวที่บ้านผม    มีได้เพราะภรรยาอยากจะปลูก           ส่วนตัวผมเองอยากปลูกมะม่วงเบามากกว่า แต่เธอว่าไม่อยากจะมีปัญหากับยางหยดใส่เสื้อผ้า  ในช่วงที่มะม่วงออกดอก   ไม่ปลูกก็ไม่เป็นไรเพราะมะม่วงเบาผมปลูกไว้ที่ทำงานเยอะแล้ว  มะเหมี่ยวตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยปลูก    ต้นนี้เป็นต้นแรก    ปลูกไว้พอนานๆดูไปๆ  ก็สวยดี  ใบหนาดูร่มรื่น  เย็นสบาย    โดยเฉพาะตอนเป็นดอก   จะแดงสะพรั่งสวยสดงดงาม เป็นลูกแล้วรสชาติก็แปลกดี   เปรี้ยวอมหวานมันๆฝาดๆ


แต่ตัวผมเองจะกินยอดอ่อนจิ้มน้ำพริก  เป็นหลัก แตกยอดอ่อนหลายครั้งในหนึ่งปี  พอได้กิน  ในอินเตอร์เน็ตเขาบอกว่า  มะเหมี่ยวจัดเป็นชมพู่ชนิดหนึ่งที่นิยมนำผลสุกมารับประทานสด เนื่องจาก เนื้อผลหนา เนื้อมีความนุ่ม มีรสเปรี้ยวอมหวาน และมีกลิ่นหอม นอกจากนั้น ยังใช้ประโยชน์เพื่อประกอบอาหาร และแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิ แยม ไวน์ และน้ำผลไม้ เป็นต้นหากมีหลายต้น ออกลูกเยอะๆ เอามาทำไวน์ไว้บำรุงหัวใจก็เข้าท่าครับ



คุณครูจงกล ในซอย ผมเรียกแกว่าพี่ครู  เล่าใฟ้ฟังว่าที่สงขลาแกปลูกไว้ต้นหนึ่ง  ลูกดกมากแต่ชอบมีหนอนมากิน  พวกนกหนู กระแตก็ชอบมา    อยากกินก็เชิญมา  แต่พวกหนอนนี่ผมเตรียมแมลงภู่ไว้รอแล้ว  หาต้นกฐินที่ตายแล้วมาปักไว้  แมลงภู่ชอบมาทำรูอยู่   มีหลายตัวที่บ้าน  หนอนยากจะรอดมาได้ เพราะนกก็อยู่กันเยอะ พวกนกเขา นกกรง นกบินหลา นกกระจอก   ผมตั้งข้าวสวยเหลือไว้ให้กิน

ผ่านไปไม่กี่ปี บ้านผมก็เริ่มร่มรื่น  รูปนี้ถ่ายเมื่อวันที่ 12 มีนาคม พศ. 2559  อาบน้ำในโอ่งใต้ต้นมะเหมี่ยวเย็นสบาย

มะเหมียวตามอินเตอเน็ต  เขาบอกว่าจะเป็นดอกช่วงหน้าหนาว  และเป็นลูกช่วงปลายหนาว  ช่วงเป็นดอกคนที่เคยปลูกบอกว่าอย่าให้น้ำ    ติดลูกแล้วค่อยให้น้ำ  สอบถามน้องฮารนะจังทีกระบี่  ว่าทำยังไงเห็นโพสเฟสมา ต้นมะเหมี่ยวลูกเต็มตลอดปี  คุณแนนที่เกาะสมัยด้วย เห็นโพสมาโชว์บ่อย  เธอบอกว่าต้นที่เธอปลูกไว้ลูกดกมาก  ไม่ได้ทำอะไรพิเศษ  

พื้นที่ข้างบ้านตรงนี้และนอกบ้านผมจะวางโอ่งน้ำ ถังน้ำไว้เยอะ ต่อน้ำฝนจากหลังคามาใส่ไว้  เดินท่อ พีวีซี ไปตามรั้ว   ช่วงที่แล้งๆก็เปิดน้ำประปาใส่  อาบน้ำตามจุดต่างๆ เพือให้รดต้นไม้ไปในตัว  เสียดายน้ำที่ใช้แล้วทิ้งไปเฉยๆ









มะเหมี่ยวที่บ้านผม  ต้นปี พศ. 2517  ระยะฝึกหัดออกลูก  กดที่ภาพ..เพื่อขยายครับ  และ "ลิงค์รูปภาพ"

ต้นนี้ซื้อมาจากร้านนายนุ  ที่ร้านต้นไม้ทางเข้าเมืองทองด้านถนนติวานนท์  เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2557 และก็ปลูกวันนั้น  วันที่มานอนบ้านหลังนี้ที่พึ่งซื้อเป็นหลังแรกในชีวิต  คงจะเป็นหลังสุดท้ายเพราะม่ายตังค์  แต่ก็ชอบมากๆ แม้จะเป็นทาวเฮาส์   ตรงหัวมุม แต่ก็มีต้นไม้เยอะปลูกต้นไว้ในบ้าน  กิ่งก้าน ฯลฯ โตอยู่ริมถนนนอกบ้านทั้งนั้น  พอได้กินครับ  ของกินได้ทุกต้น มะเหมี่ยว มะยม มะดัน มะเฟือง มะขาม ฝรั่ง มะตูมซาอุ มะนาว ส้มจี๊ด หม่อน มะกรูด ฯลฯ


ยอดมะเหมี่ยว  ยอดแหย่เข้ามาเกือบถึงห้องนอน     เก็บได้ง่ายสบาย  เอาไปจิ้มน้ำพริกอร่อยดีครับ   รสชาติเปรี้ยวๆฝาดๆ  ส่วนใหญ่เขาจะเอาไปขวานให้เป็นเส้นเล็กๆ กินกับขนมจีนน้ำยา แต่ผมนี่กินเลย  แตกยอดมาเมื่อไหร่   ก็จิ้มน้ำพริกก่อนเลย   ขนมจีนน้ำยาที่ถูกใจ หายากกว่าจะเจอยอดมะเหมี่ยวก็แก่ก่อนแล้ว

เอาไว้เท่านี้ก่อน  คอยมาเขียนใหม่   มีอีกหลายรูปและคลิปที่ถ่ายไว้ยังไม่ได้ตัดต่อ

วันพฤหัสบดีที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ร่มไม้ปลายนา..ลิงค์

ลิงค์ร่มไม้ปลายนา  เพลง ดิน น้ำ ฟ้า สายลมแห่งธรรมชาติ


เห็ดกินได้                เรื่องสถิติหวย  Face Book                           
มะเหมี่ยว BANANA2                              กูเกิ้ลไทยแลนด์

อโรคยาสามัญประจำบ้าน                    JACK2 JACK3
BANANA1 BANANA2                             BANANA3                            

JACK1                 JACK2 JACK3
BANANA1 BANANA2                       BANANA3
JACK1 JACK2 JACK3
BANANA1 BANANA2 BANANA3                        
JACK1 JACK2 JACK3                                 
BANANA1 BANANA2 BANANA3
JACK1 JACK2 JACK3
BANANA1 BANANA2 บ้าน ธ ธรรมชาติ



วันจันทร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2560

ร่มไม้ปลายนา

ร่มไม้ปลายนา บล็อกนี้เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ  โม้ไปว่าไปตามเรื่องราว   เก่าบ้างใหม่บ้างเครียดบ้างเล็กน้อยให้พอเป็นกระสัย  คนไทยด้วยกันยั้งๆไว้บ้างดีแน่นอนครับ



ความสุนทรีย์   

มาบ้านนี้แล้ว  ตักน้ำล้างตีนแล้วก็เดินเข้ามา  เข้ามาเสวนา หรือว่าจะนั่งฟังข้าพเจ้ากระผมโม้  เรื่องราวเก่าแก่ ใหม่ อดีต อนาคตตามแต่อารมย์จะพาไป อย่าได้ถือสาหาความ ถูกผิดให้คนเก่งเขาตัดสิน เราคงได้แต่ยิ้มกับหัวเราะไปตามหน้าที่
                                         
 gmail                                hotmail                              Face Book                       
กูเกิ้ลแปลภาษา   Google Thailang         Google +



นกกรงหัวจุก

ใครไม่รู้จักนกกรงหัวจุกมั่ง อาจจะมีบ้างที่เป็นคนเมือง หากเป็นคนบ้านนอกเชื่อว่าคงรู้จักกันเยอะ แต่ก็เป็นนกที่เห็นได้ทั่วไปแม้แต่ในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะแถวบ้านเรือนคนปักษ์ใต้ ที่มักจะนิยมนำมาเลี้ยงไว้ดูเล่นในกรง                  



บทกลอนบทกวี
เรื่องบทกลอน บทกวี ไม่ค่อยได้พบเจอในคนรุ่นยุคสมัยนี้ ผมคงไม่ขอวิจารย์ใดๆ ไม่รู้จะไปวิจารย์ทำไม ใครจะเป็นยังไงก็เป็นยังงั้น ทางใครก็ทางมัน สมัยใครก็สมัยมัน ความสุขใครก็ความสุขมัน  เราไม่ก้าวก่าย
                             

วันพุธที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2559

ร่มไม้ชายป่า


 predee yuenyong     โรคความดันโลหิตสูง บันทึกสุขภาพบริวาร
BANANA1 BANANA2                             BANANA3                            

JACK1                 JACK2 JACK3
BANANA1 BANANA2                       BANANA3
JACK1 JACK2 JACK3
BANANA1 BANANA2 BANANA3                        
JACK1 JACK2 JACK3                                 
ฝึกร้องเพลง BANANA2 Like a Train /เมาท์
คำคม ชื่อเพื่อนโบราณ สอนเมาท์ออร์แกน
เพื่อนต่างดาว หมอผีจำเป็น บ้าน ธ ธรรมชาติ



วันอังคารที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2558

ไก่ขัน

มาอยู่บ้านใหม่ที่ จ.นนทบุรีได้ยินไก่ขัน รอบๆหมู่บ้านทั้งวัน   จึงขอเเล่าเรื่องไก่ขันหน่อยครับ เมื่อครั้งผมยังเป็นเด็กอยูบ้านอก   ยามรุ่งถึงเช้าจะได้ยินเสียงไก่ขันปลุกทุกวัน เพราะยังไม่มีนาฬิกา  

บ้านไหนมีนาฬิกาแสดงว่าเป็นบ้านข้าราชการ หรือเป็นผู้มีฐานะดี บ้านเดิมผมอยู่ไม่ไกลทะเลเท่าไหร่แต่ก็ไม่เคยออกไปดู เพราะขี้เกียจ กลัวผีด้วยเพราะมันมืดมากๆไฟฟ้าไม่มี   บ้านผม อ.ระโนดสงขลาสมัยนั้น ทุกบ้านมักจะมีไก่ มีวัว มีตัวใดตัววหนึ่งบ้านใครขันขึ้นมา   ไก่วัยรุ่น จะขันตามกันเป็นทอดๆ อาจมีไก่แก ไ่กหนุ่มใหญ่ขันสอดขึนมาบ้างเป็นบางครั้ง  เป็นไก่บ้านหรือพันธ์ไก่ชนทั้งนั้นนะครับที่ขัน ไก่พันธ์เนื้อของบริษัทซีพีไม่รู้ว่าขันได้หรือเปล่า ผมก็ไม่ได้สังเกตุ




ผมก็ไม่รู้ว่าความหมายคืออะไร พวกเขาสอนหรือฝึกงานกันก็ไม่รู้เหตุที่เลี้ยงไก่กันทุกบ้านคิดว่าคงมีไว้กิน หรือเพื่ออะไรก็แล้วแต่ๆมีอย่างหนึ่งคือพ่อบ้านมักจะชอบชนไก่ ชอบชนวัว เมื่อเสร็จหน้านา เมื่อก่อนทำนาปีละครั้งเสร็จหน้านาก็มีเรื่องบรรเทิงอย่างเดียว บางท่านเป็นนักปราชญ์ก็ได้ คิดค้นพัตนางานศิลปทั้งหลายไว้เป็นอารยธรรมชาวนาเป็นส่วนใหญ่เพราะมีเวลาว่าง  พวกชาวสวนยางมักไม่ค่อยมีเรื่องราวมากมาย เพราะยางตัดได้ทุกวันหากฝนไม่ตก  จึงเป็นเรื่องต้องหาตังค์ไม่มีเวลาจะมายุ่งกับงานศิลป์เท่าไหร่ 

เสียงไก่ขันตอนเด็กๆจะขันให้ตายยังไง ได้ยินมั่งไม่ได้ยินมั่งแล้วก็หลับต่อเพราะคววามเคยชิน  ต้องรอพ่อแม่หรือยายปลุกอยู่ดี   ไก่ขันเอาแน่เอานอนไม่ค่อยได้  ส่วนใหญ่ขันตอนตี ๓ ตี ๔แต่บางทีก็ขันแต่ตี ๑ (สังเกตทีหลังตอนมีนาฬิกาแล้ว) ถามยายว่าทำไมมันขันเร็ว   ตอนนั้นยายบอกว่า ไก่ขันเร็วเพราะน้ำขึ้นและมีสาเหตุมาเพราะข้างขึ้นข้างแรมด้วย สรุปว่าจะเอาเสียงไก่เป็นเสียงปลุกคงได้แต่สมัยนั้น  สมัยนี้ใช้ไม่ได้แน่นอนครับ เพราะธุระตอนไหนก็ตอนนั้นนาฬิกาดีกว่า





คนดังที่เชี่ยวชาญเรื่องไก่ชนในเมืองไทยสมัยผมเริ่มจะเป็นหนุ่ม ก็มี คุณครู ชิงชัย มงคลธรรม สส.กาฬสิน กับ คุณเสนาะ เทียนทอง สส.สระแก้วและคนที่ดังกว่าเพื่อน คือแอ๊ด คาราบาว ดังกว่าเพราะเป็นศิลปิน  แต่เพลงไก่ชน นี่พี่สีเผือกออกมาก่อนพี่แอ๊ดจะหันมาเลี้ยงไก่ชน ตั้งแต่สมัยผมยังหนุ่มๆ

มาดูเรื่องไก่ขันที่เคยอ่านเวปไซด์พี่น้องชาวอิสานเขียนไว้ เห็นว่ามีคุณควรแก่การบันทึกไว้ครับ  ลองอ่านดูครับ


ความหมายเมื่อไก่ขัน จากเวปไซด์ออนซอน 
http://www.onsorn.com/forum/index.php?topic=11425.0
« เมื่อ: 06 ตุลาคม 2007 »


คนอิสานสมัยก่อนยังไม่มีนาฬิกาดูเวลาในเวลากลางคืน ก็จะอาศัยดูดาวบนฟ้า เช่น ถ้า " ดาวซ้างฮ่วยงา ดาวปลาฮ่วยเงี่ยง ดาวไก่น้อยพากแม่เมือนอน " ก็แสดงว่าดึกมากแล้ว คือดึกเกินเวลาเที่ยงคืนไปแล้ว ส่วนคนที่นอนอยู่ในห้องนอน ก็อาศัยฟังเสียงไก่ขันบอกยามดังนี้

1.ไก่ขันกก คือไก่ขันครั้งแรกในเวลากลางคืน ซึ่งไก่จะขันครั้งแรกหรือขันกกทุกคืนในเวลาระหว่างเที่ยงคืนถึงตีหนึ่ง ไม่ว่าวันนั้นจะเดือนมืดหรือเดือนหงาย

2.ไก่ขันกลาง เป็นเสียงไก่ขันครั้งที่สองของแต่ละคืน ซึ่งจะตกเวลา 02.30น. ถึง 03.00น.

ลักษณะเสียงไก่ขันในยามขันกก และยามขันกลาง ไก่จะขันอยู่ประมาณตัวละ 2 - 3 ครั้งติดต่อกัน แล้วทุกตัวจะหยุดขัน


br 

3 .ไก่ขันซั้น เป็นเสียงไก่ขันครั้งที่สามของแต่ละคืน ซึ่งจะตกเวลา 04.00 - 0430 น.
ลักษณะเสียงไก่ขันซั้นแต่ละตัวจะขันถี่กระชั้นติดต่อกันเรื่อยๆไม่หยุดเหมือน ขันกก และขันกลาง

4 .ไก่ขันฮวย เป็นไก่ขันต่อเนื่องจากไก่ขันซั้น ซึ่งจะตรงกับเวลา 05.00 น.เสียงไก่ขันจะขันต่อเนื่องกันไปอย่างเว้นเป็นระยะไปจนถึงสว่าง

แต่ถ้าไก่ขัน ตอนหัวค่ำเวลาประมาณ 06.30 - 20.00 น. แสดงว่าสาวในชุมชนนั้นๆหรือ สาวๆในคุ้มนั้นที่มีบ้านเรือนอยู่ในระแวกที่ไก่ขัน เวลา 06.30 - 20.00 น. จะท้องไม่มีพ่อ หรือจะท้องก่อนวัยอันควร หรือชิงสุกก่อนห่ามนั่นเอง




คลิปการต่อไก่ ประเทศไหนไม่รู้ การต่อไก่ หรือต่อนกนี่ ไม่เคยทำไม่เคยศึกษา  ดูแล้วก็เพลินดี วิถีชาวบ้านแบบเดิมๆครับ  


วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ทองใส ทับถนน

ครู ทองใส ทับถนน เกิดเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2490 ที่บ้านหนองกินเพล ตำบลหนองกินเพล อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี


เป็นบุตรของนายปิ่น และนางหนู ทับถนน โดยสืบเชื้อสายศิลปินจากนายปิ่นผู้เป็นพ่อซึ่งมีความสามารถด้านหมอลำพื้นบ้าน และการแสดงห...นังบักตื้อ (หนังปราโมทัย)

ครูทองใส ทับถนนเริ่มฝึกดีดพิณเมื่ออายุ 4 ปี โดย มีครูบุญ บ้านท่างอย อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นผู้ฝึกสอนการดีดพิณเป็นค...นแรก จนอายุได้ 8 ปี จึงได้เล่นพิณประกอบคณะหมอลำของนายปิ่น ทับถนน ผู้เป็นพ่อ จากนั้นจึงได้เรียนรู้ลายพิณโบราณกับครูบุญชู โนนแก้ว แห่งบ้านโนนสังข์ อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ศิลปินมือพิณพื้นบ้านตาพิการ เมื่อเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จึงได้ตระเวนเล่นดนตรีกับคณะหมอลำปิ่น ทับถนนเรื่อยมา

ครั้น ย่างสู่วัยหนุ่มเมื่ออายุได้ 21 ปี ครูทองใส ทับถนน ได้เข้าประจำการเป็นทหารเกณฑ์ที่กองพันทหารปืนใหญ่ ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี จึงได้มีโอกาสเป็นนักดนตรีวงดนตรีสากลประจำกองพันทหารปืนใหญ่ ได้นำพิณมาประยุกต์กับดนตรีสากลสมัยใหม่ และเรียนรู้การเล่นดนตรีตามแบบสากลนับแต่นั้นเป็นต้นมา



หลังพ้นเกณฑ์ทหารในปี 2513 ครูทองใส ทับถนนจึงกลับมาใช้ชีวิตที่บ้านเกิดและได้สมัครเข้าเป็นนักดนตรีคณะ “ลูกทุ่งอีสาน” ของครูนพดล ดวงพร ภายใต้ฉายา “ทองใส หัวนาค” ทั้งนี้เพราะมีพิณแกะสลักเป็นรูปพญานาคเป็นเครื่องดนตรีคู่กาย

ต่อมาในปี 2514 ครูนพดล ดวงพร ได้รับเชิญให้นำวงดนตรีลูกทุ่งอีสานประยุกต์ไปแสดงถวายหน้าพระที่ประทับที่ เขื่อนน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชทานปริญญาบัตรแก่นัก ศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น

ครูนพดล ดวงพร ร่วมกับครูทองใส ทับถนน ได้ถวายพิณแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงตรัสว่า “เพชรนี้เป็นเพชรน้ำเอก” ของเครื่องดนตรีอีสาน ยังความปลื้มปิติแก่นพดล ดวงพร และชาวคณะเป็นอย่างมาก จึงได้เปลี่ยนชื่อวงดนตรี “ลูกทุ่งอีสาน” พิณประยุกต์ มาเป็นวง “เพชรพิณทอง” ซึ่งถือว่าเป็นนามมงคลอันเกิดจากการถวายพิณในครั้งนั้น

ต่อมาครูทองใส ทับถนนได้นำเอาคอนแทรกไฟฟ้ามาประกอบกับพิณ และถือว่าเป็นพิณไฟฟ้าตัวแรกของเมืองไทย และได้เล่นดนตรีกับวงดนตรี “เพชรพิณทอง” ตลอดมาตั้งแต่ปี 2514 จนได้ยุติวง แต่มนต์ขลังเสียงพิณของครูทองใส ทับถนน ยังดังก้องอยู่ในหัวใจของแฟนเพลงตลอดมาใน การทำงานนั้นครูทองใส ทับถนน ได้ยึดมั่นในคุณธรรม 4 ประการ ในการทำงานคือ ความเพียร ความอดทน มีน้ำใจ และมีความซื่อสัตย์สุจริต ตลอดทั้งมีหลักหารในการทำงานให้มีความสุขสนุกสนานกับเพื่อนร่วมงาน ผสมผสานชีวิตทำงานกับครอบครัว พัฒนางานฝีมืออยู่เสมอ และถ่ายทอดความรู้โดยไม่ปิดบัง

ผล จากการสั่งสมประสมการณ์ในการเล่นพิณและให้ความช่วยเหลือสังคม ชุมชน ตลอดมาจึงทำให้ผลงานของครูทองใส ทับถนนเป็นที่ประจักษ์เรื่อยมาจนได้รับการประกาศเกียรติคุณดังนี้

ปี 2543 ได้รับการคัดเลือกให้เป็นศิลปินดีเด่นสาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีอีสาน) จากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ

ปี 2544 ได้รับประกาศเกียรติคุณผู้ให้การสนับสนุนกิจกรรมวัฒนธรรมดีเด่น จากสำนักพัฒนาการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เขตการศึกษา 10

ปี 2545 ได้รับการคัดเลือกให้เป็นครูภูมิปัญญาไทย รุ่นที่ 2 ปี 2545

ปี 2548 ได้รับปริญญาศิลปศาสตร์มหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (ดนตรีศึกษา) จากมหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี
http://www.youtube.com/watch?v=Zaic6yBORGs&feature=related

วันอังคารที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2557

ร่มไม้ชายคา

บทนำ.ร่มไม้ชายคา (ตัวอย่างบล็อกฟรีที่กระผมพอเล่นเป็นนิดๆครับ.เล่าเรื่องบ้านชานเรือน แลร่มไม้ชายคาที่ตัวเองได้เคยอาศัย ทั้งของตนเองและบ้านเพื่อนฝูงที่น่าสนใจที่พอจะเปิดเผยได้ครับ)


          ร่มไม้ชายคา 2                 
                                                 
                            
                                                                                         

ชีวิต คนเมืองในสมัยนี้  บ้านใครมีที่ดินเหลือให้พอได้ปลูกผักปลูกต้นไม้ได้  นับว่าเป็นสวรรค์บนดินน้อยๆสำหรับคนที่ชอบความร่มรื่น  ที่ดินในเมืองนับวันจะแพงขึ้นทุกวัน จนเหมาะที่สร้างตึกสูงๆไว้แอบหลบซ่อนอาศัยอยู่เท่านั้น  สมัยก่อนตอนผมมากรุงเทพฯใหม่ๆ นานหลายปีมาแล้วเมื่อปีพศ. 2526   ผมได้มาพักอยู่ที่บ้านพักที่บ้านพัก กสท. เป็นบ้านพักพนักงานรัฐวิสาหกิจที่ ถนนแจ้งวัฒนะ เขตุหลักสี่  เป็นบ้านเก่าแก่สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง สไตล์บ้านโบราณสมัยก่อน ซึ่งก็ลงตัวพอดีกับหน้าตาและนิสสัยของผมสมัยนั้น เปิดเผย ไม่มีรั้ว ไม่มีล็อคบ้าน ไม่ล็อคหรือซ่อนแอบทรัพย์สินใดๆ


ซึ่งชาวบ้านเดิมๆในละแวกนั้นยังมีการทำนา  เลี้ยงควาย เลี้ยงปลา เลี้ยงฯลฯ ในหมู่บ้านแถวอาณาบริเวณนั้น ผมอยู่บ้านพักจนคนบ้านนอกอย่างผมอยู่ได้สบายๆ ปลูกต้นไม้เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา เลี้ยงเป็ด  เล่นกีตาร์ เป่าขลุ่ย สีซอ ฯลฯ ใครไปใครมานี่หายสงสัยว่าผมมาอยู่กรุงเทพฯได้ยังไง  เพราะใครๆก็รู้ว่าาผมเป็นคนรังเกียจกรุงเทพฯมาก ใครชวนก็ไม่ยอมมา  เพราะเคยวาดภาพไว้ตามจิตนาการ ตามหนังฉายที่เคยดูมาบ้าง ตามที่เขาเล่าให้ฟังบ้างว่ากรุงเทพฯมีแต่ตึกกับรถ  แล้วผมก็เป็นคนชอต้นไม้ ชอบคูคลองหนอง บึง สระฯ แล้ว
จะมาอยู่ได้ยังไง ใช่ไหมครับ


แต่พอมาอยู่จริงเมืองกรุงเทพฯแบบที่เขาว่าก็มีอยู่จริงในมืองชั้นในๆ แต่ที่เขาไม่บอก โอโห ออกมานอกเมืองหน่อย มันยิ่งกว่าบ้านต่างจังหวัดอีกครับ กรุงเทพฯมีมากมายหลายหลาก  คนบ้านนอกคอกนาต่างจังหวัดมาเจอเพื่อนๆที่ทำงานที่เขาอยู่นอกเมืองชานเมือง  มีต้นไม้เต็มสวน คูคลองร่องน้ำ แยกจากแมน้ำเจ้าพระยา แยกมาตามท้องร่องสวน  น่าอยู่มากครับ ยุงก็น้อย ร่มรื่น น้ำก็ยังใส วัดวาอาราม วงดนตรีไทยเดิมยังมีให้ชมมากมาย   จำความได้ว่าพึ่งมาเปลี่ยนเป็นแออัด น้ำเน่าทุกคูคลองน่าจะราวๆปีพศ. 2535 จนมาถึงปัจจุบันปี พศ. 2557 ไม่รู้ถึงที่สุดของรถยนต์มาก ที่สุดของน้ำเน่าแล้วยังไม่รู้  ผมเล่าต่อ.. มีรูปประกอบบ้างนิดหน่อย





รูปถ่ายบ้านพักไม้สักทั้งหลังที่หลักสี่ สมัย พศ.2529 ทีหาดูได้ยาก.. คลิกดูที่รูปเพื่อดูภาพขยายเท่าขนาดจริง

ชีวิตที่ผ่านมา  ผมถือว่าผมได้อาศัยอยู่ในบ้านพักที่เป็นบ้าน "เปี่ยมสุข " หลังแรกใน กทม.อย่างแท้จริง มีเพื่อนฝูงและน้องๆมากมายได้มาเที่ยวเสวนา ได้อาศัยหลบภัยมิได้ขาด (เรื่องที่มาอยู่วัดสุทัศน์ขอข้ามเพราะเป็นวัดไม่ใช่บ้าน )  อยู่ได้ 12 ปีบ้านพักก็มีมติให้ถูกรื้อตามกาลตามวาระ   โดยทางสำนักงานฯส่วนไหนก็ไม่รู้เพื่อสร้างอาคารใหม่ที่ทันสมัย   ผมจึงไปอาศัยอยู่ที่ใกล้ๆที่ทำงานชั่วคราว  จนกระทั่งบ้านหลังเดิมถูกสร้างเป็นแฟล๊ตสุดหรู  เป็นอาคารที่อยู่สมัยใหม่ตึกใหญ่โตดังรูปข้างล่าง ผมก็ย้อนรอยถอยกลับมาเพราะไม่รู้ว่าจะไปอยู่หนไหน  ได้ต่ออายุพลอยอาศัยหลวงไปได้อีก 10 ปี แม้นไม่ค่อยมีต้นไม้และทุ่งนาให้ชื่นชมแล้วก็ตาม  เสียดายบ้านเก่าๆนี้ไม่ค่อยมีรูป เพราะไม่มีกล้องให้ถ่าย


บ้านหลังเก่าผมหายไป ได้บ้านใหม่ทันสมัยอลังการณ์ ถ่ายพาโนรามา ดัดโค้งไปหน่อย จนตึก C1 ดูเอียงๆครับ


๑.บ้าน เปี่ยมสุข
จะตัดข้ามไปไม่ขอกล่าวถึงเรื่องเก่าๆ   จนกระทั่งต่อมาอีก 10 กว่าปี  กระผมได้ย้ายออกมาอยู่บ้านตัวเองเมื่อปี พศ. 2557 มาซื้อบ้านใหม่ที่เขาเล่าขานกันว่าแถวนี้น้ำไม่ท่วม  ซึ่งจริงๆบ้านหลังของผมเป็นแค่ทาวเฮาส์ครับ ซื้อตามฐานะที่พอทำได้ ไม่ดือดร้อน อยู่กันแค่ 3 คน พ่อ แม่ ลูก มีที่ดินข้างบ้านหน่อยนึง แต่ก็พอทำให้ร่มรื่นได้  แม้ว่าต้นไม้จะยังไม่โต และผมก็ปลูกพืชผัก ให้พอมีกินได้ตลอดทั้งปี ไม่ต้องซื้อหา เน้นเรื่อง สด ใหม่ปลอดสารพิษ หมู่บ้านนี้ชื่อ หมู่บ้านเปี่ยมสุข ผมตั้งความหวังว่า ณ สถานที่แห่งนี้ จะเป็นบ้าน เปี่ยมสุข ที่อิ่มสุข เป็นประตูสู่บูรพาทิศ ที่ผมจะเดินทางต่อไปครับ

นับป็นโชคชะตาโดยแท้ เพราะชีวิตที่ผ่านมาผมไม่เคยคิดจะซื้อบ้านเลย  คิดแต่กลับบ้านต่างจังหวัด อยู่กับท้องทุ่งนา  แต่เมื่อถึงคราต้องตัดสินใจ เพื่อครอบครัว  เราก็ออกหาบ้านมือสอง หาอยู่ราว 3 เดือน แต่ยังตัดสินใจไม่ได้  เพราะเหตุผลหลายอย่างเช่น แพง ถนนแคบ ทำเลไม่ดี กลัวน้ำท่วม กลัวรถติด ฯลฯ จนวันหนึ่งคุณ จารึก วรรณจาโร พนักงานบริษัทไปรษณีย์ไทย เป็นญาติฝ่ายแม่ผมเองมาที่บ้านที่แฟล็ตมาบอกว่าไปซื้อบ้านอยู่กับพี่หลวงดีกว่า  ทำเลดี  น้ำไม่ท่วม  รุ่งเช้าอีกวันผมก็รีบมาดูและก็จองเลยครับ หมู่บ้านเปี่ยมสุข ย่านศรีสมาน อีกด้านคือ ติวานนท์ 56 กับเซลคนสวยที่ชื่อว่า น้องอี๊ฟ ครับ


ด้วยมองว่าน้ำไม่ท่วม ใกล้คลงประปา ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้ทางด่วน มีทางเข้าออกได้หลายทาง   และอีกอย่างที่สำคัญคือ  รอบๆหมู่บ้านยังเป็นสวน เป็นป่าละเมาะ มีวัว มีไก่ มีนก ให้เห็นมากมายครับ 








ที่นี้มาย้อนกลับไปที่คำว่า  " เปี่ยมสุข " เปี่ยมสุขก่อนหน้านี้เป็นชื่อๆหนึ่งที่ผมคิดกับภรรยาหลังจากที่การตั้งครรภ์ครั้งแรกเกิดแทงค์ไป น้อง ชุมฉ่ำ ชื่อที่ตั้งเอาไว้เธอมาไม่ได้  ต่อมาอีกปี ภรรยาตั้งท้องใหม่ เราก็หาชื่อใหม่ เลือกไว้มากมาย เป็นชาย ก็มี เปี่ยมสุข ชื่อนึง เป็นหญิงก็ อิ่มสุข ชื่อหนึ่ง แต่ไปๆมาๆ ก็ได้ลูกชาย ตั้งชื่อว่า บูรพา ชื่อเล่นว่า ปั้น ก็ขอเริ่มเป็นเรื่องส่วนตัวไปก่อนนะครับเพราะบ้านก็เป็นเสาหลักให้ครอบครัวจริงๆ  อย่างน้อยตายไปก็ได้ทำประโยชน์ต่อคนใกล้ชิด



                                             ความสุขและอนาคตของเด็กๆ ภาระกิจที่ต้องดำเนินต่อไปครับ

ส่วนพระตำหนักเปี่ยมสุข     สถานที่ๆเป็นที่ประทับแปรพระราชฐานของ    ในหลวงและราชินีที่ตั้งอยู่ใน
วังไกลกังวล จ.ประจวบคีรีขันธ์นั้น ผมพึ่งรู้จักทีหลังครับ  พึ่งมารู้ก่อนซื้อบ้านนี้ไม่กี่ปี  พอลูกพี่ชวนมาอยู่บ้านเปี่ยมสุข ผมก็รีบตัดสินใจเลย  พอมาถึงจริงๆ มีสระน้ำด้วย ลูกชายบอกว่า พ่อซื้อเลย ไม่ต้องคิดแล้ว เราจึงได้เริ่มต้นใหม่ในเมืองหลวง (ปริมลทล ) ณ ที่แห่งนี้ อีกครั้งหนึ่งครับ


                                            

                                                           
                                                            ดูบ้านเปี่ยมสุข 2 คลิก